
“นาร์วาล” (Narwhal) หรือที่รู้จักกันในนาม “ปลาวาฬพระจันทร์” (Moon whale) หรือ “ปลาวาฬซากศพ” (Corpse whale) เป็นปลาวาฬขาวสายพันธุ์หนึ่ง แต่ตัวผู้จะมีเขี้ยวยื่นออกมาจากปากของมันเป็นแท่งเกลียวยาวแท่งหนึ่งคล้ายกับเขาของตัว “ยูนิคอร์น” ในเทพนิยาย อย่างไรก็ดี ก็มีผู้เคยพบว่านาร์วาลตัวผู้บางตัว(ประมาณ 1 ใน 500 ตัว)อาจมีเขี้ยวยื่นออกมา 2 แท่งได้ นาร์วาลมีถิ่นที่อยู่ในมหาสมุทรอาร์คติกเช่นเดียวกับหมีขั้วโลก
นาร์วาลเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในจำพวกปลา(Fishes)ทั้งหลาย แต่นาร์วาลนั้นจัดอยู่ในอันดับหรือออร์เดอร์(order)ที่เรียกว่า “เซตาซี่”(Cetacea) เช่นเดียวกันกับสัตว์ประเภทปลาวาฬ(whales)ทั้งหลาย ปลาโลมา(dolphins) และปลา “พอร์พอยซ์”(porpoises) ที่ลักษณะคล้ายปลาโลมาขนาดเล็ก แต่มีหัวโค้งมนคล้ายปลาวาฬและมีปากสั้นกว่าปลาโลมาทั่วไป
นาร์วาลมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “โมโนด็อน โมโนเซอรอส” (Monodon monoceros) ซึ่งเป็นภาษาลาตินและมีความหมายว่า “ฟัน 1 ซี่ เขา 1 เขา” ทั้งๆที่ในความเป็นจริงนั้นนาร์วาลจะมีฟัน 2 ซี่ โดยที่ไม่มีเขาแม้แต่ข้างเดียว แต่ฟันของมันนั่นเองที่ยืนออกมาจนดูเหมือนกับเป็นเขาของมัน
แม้ว่าหมีขั้วโลก(polar bears)ดูจะเป็นสัตว์ที่ได้รับความสนใจกันมากขึ้นเมื่อสภาวะโลกร้อนกำลังเป็นข้อวิตกกังวลของประชาคมโลก แต่เมื่อเทียบความเสี่ยงกันแล้ว นาร์วาลน่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากกว่าเสียด้วยซ้ำไป
เมื่อเร็วๆนี้นักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา แคนาดา และกรีนแลนด์ได้ร่วมกันทำการศึกษาถึงปัญหาเกี่ยวกับความสามารถในการปรับตัวของสัตว์ในเขตขั้วโลกเหนือเมื่อมีสภาวะโลกร้อนเกิดขึ้น โดยศึกษาถึงระบบนิเวศน์วิทยาและการดำรงชีวิตสัตว์ชนิดต่างๆ รวมทั้งความเปราะบางและอ่อนแอของสัตว์เหล่านั้นซึ่งจะเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่จะส่งผลให้สัตว์บางชนิดสูญพันธุ์ไปก่อนเวลาอันควร
คณะนักวิทยาศาสตร์ชุดนี้พบว่า ถึงแม้ว่านาร์วาลจะมีจำนวนอยู่มากถึงราว 50,000-80,000 ตัวในปัจจุบัน ขณะที่มีหมีขั้วโลกอยู่ประมาณ 20,000 ตัวที่ยังคงต้องอาศัยน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเป็นถิ่นที่อยู่อีกด้วย แต่การที่มีผู้เคยศึกษาเกี่ยวกับนาร์วาลน้อยมากก็อาจเป็นเหตุให้มันต้องประสบปัญหาจากสภาวะโลกร้อนได้มากที่สุดก็เป็นได้ ทั้งนี้ เพราะนาร์วาลเป็นปลาวาฬขนาดกลาง มีความยาวประมาณ 7-8 เมตร หาอาหารประเภทปลาขนาดเล็ก ปลาหมึก และกุ้งในทะเลลึกใต้พื้นที่ที่มีน้ำแข็งปกคลุมหนาแน่นลึกลงไปไม่ต่ำกว่า 1,500 เมตร และโผล่ขึ้นมาอยู่ผิวน้ำในบริเวณรอยแยกของแผ่นน้ำแข็งเหล่านั้น
พวกเขาพบว่า ในขณะที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในของสภาวะอากาศบริเวณขั้วโลกนั้น หมีขั้วโลกได้เริ่มปรับตัวได้บ้างแล้ว แต่นาร์วาลไม่สามารถปรับตัวได้ ดังนั้น หากเกิดสภาวะโลกร้อนมากขึ้นและน้ำแข็งบริวเณขั้วโลกเริ่มละลายไปเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้ถิ่นที่อยู่ของนาร์วาลเปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น ศัตรูที่ล่านาร์วาลเป็นเหยื่อซึ่งรวมทั้งหมีขั้วโลกและปลาวาฬเพชรฆาตก็จะเข้าถึงตัวมันได้ง่ายขึ้นด้วย โดยเชื่อว่าเส้นทางการอพยพของนาร์วาลนั้นมีอยู่จำกัดตามธรรมชาติของการดำเนินชีวิตของพวกมันอยู่แล้วและพวกมันอาจสูญพันธุ์ไปก่อนหมีขั้วโลกและสัตว์ชนิดอื่นๆในแถบนั้น



ไม่เคยเห็น
ฟันยาวเกินปะ? แต่น่ารักดี 55