Wednesday, March 10, 2010

graphene-001

เป็นที่รับรู้กันมานานมากแล้วว่า เพชร” (diamond) เป็นสิ่งที่แข็งที่สุดในโลก   แต่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาชื่อ กราฟีน” (graphene) ก็ได้รับความสนใจกันมากขึ้น  ไม่เพียงด้วยสาเหตุที่วัสดุชนิดนี้มีความแข็งแกร่งกว่าเพชรเท่านั้น แต่ด้วยคุณสมบัติที่มันสามารถเป็นตัวนำไฟฟ้าได้ดีกว่า ซิลิคอน (silicon) ซึ่งใช้ทำชิพคอมพิวเตอร์อยู่ในปัจจุบันถึงราว 100 เท่าตัวก็ยิ่งทำให้กราฟีนน่าสนใจมากขึ้นไปอีก

                กราฟีนได้รับการเรียกขานกันในแวดวงวิทยาศาสตร์ว่าเป็น วัสดุมหัศจรรย์ นั้นเป็นอัญรูป(allotrope)หรือรูปแบบหนึ่งของคาร์บอนเช่นเดียวกันกับเพชรและกราไฟต์  แต่กราฟีนนั้นจะประกอบขึ้นด้วยอะตอมของคาร์บอนที่เกาะกันเป็นรูปหกเหลี่ยมซึ่งเกาะอยู่บนระนาบเดียวกันไปเรื่อยๆจนมีลักษณะเป็นแผ่นที่มีความกว้างและความยาวคล้ายกับแผงลวดตาข่ายที่ใช้ทำกรงสัตว์  ซึ่งถึงแม้ว่ากราฟีนจะมีความแกร่งกว่าเพชรก็ตาม แต่มันก็สามรถม้วนหรือพับได้ด้วย

ส่วนความหนานั้นจะเท่ากับความหนาของคาร์บอนเพียงอะตอมเดียว หรือประมาณ 0.34 นาโนเมตร (nanometre) ซึ่ง 1 นาโนเมตรจะเท่ากับเศษ 1 ส่วน 1,000,000,000 ของ 1 เมตร หรือ เศษ 1 ส่วน 1,000,000 ของ 1 มิลลิเมตร  ส่วนเพชรจะมีรูปทรงแปดเหลี่ยม ในขณะที่กราไฟต์นั้นก็จะประกอบด้วยกราฟีนที่มาซ้อนกันเป็นชั้นๆนั่นเอง

                ในปีค.ศ. 2004  นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ และสถาบันเทคโนโลยีไมโครอีเล็กทรอนิกส์ ในเมืองเชอร์โนโกลอฟก้า ประเทศรัสเซีย ได้ทำการแยกกราฟีนออกมาจากแผ่นกราไฟต์และทำการศึกษาคุณสมบัติของกราฟีนอย่างจริงจัง  พวกเขาพบว่า ปกติแล้วเราจะไม่พบกราฟีนอยู่โดดๆในธรรมชาติ แต่จะอยู่ซ้อนกันเป็นชั้นๆในรูปของกราไฟต์ซึ่งนิยมนำมาใช้ทำเป็นไส้ดินสอ   และหลังจากนั้นมา นักฟิสิกส์ นักเคมี และวิศวกรอีเล็กทรอนิกส์ในห้องปฏิบัติการทั้งหลายทั่วโลกต่างก็หันมาให้ความสนใจในกราฟีนกันอย่างล้นหลาม

                นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้พบว่า กราฟีนมีศักยภาพสูงในอันที่จะนำมาพัฒนาส่วนประกอบของอุปกรณ์อีเล็กทรอนิกส์หลายชนิด ได้แก่ จอภาพที่ใช้งานด้วยการสัมผัส(touch screens) แผงโซล่าร์เซล  อุปกรณ์กักเก็บพลังงาน โทรศัพท์มือถือ และชิพคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง เป็นต้น

                อย่างไรก็ตาม ดร.อังเดร เจอิม (Dr.Andre Geim) ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาแมนเชสเตอร์ (University of Manchester) ซึ่งเป็นผู้ค้นพบกราฟีนเป็นคนแรก ให้ความเห็นเพียงว่า ถึงแม้กราฟีนจะสามารถนำไฟฟ้าได้ดีกว่าซิลิคอนถึงประมาณ 100 เท่าตัวก็ตาม แต่การที่จะพัฒนาชิพคอมพิวเตอร์จากกราฟีนก็น่าจะต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานทีเดียว

                ขณะเดียวกัน ดร.โทมัส ปาลาซิออส (Dr.Tomas Palacios) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าแห่งสถาบันเทคโนโลยีแมสซาจูเซ็ทส์ (Massachusetts Institute of Technology) สหรัฐอเมริกา ซึ่งทำการวิจัยเกี่ยวกับกราฟีน ก็ให้ความเห็นที่สอดคล้องกันว่า  ในอนาคตอันใกล้และในระยะกลางแล้ว มันก็ยังคงเป็นเรื่องยากมากที่กราฟีนจะเข้ามาแทนที่ซิลิคอนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอีเล็กทรอนิกส์สำหรับคอมพิวเตอร์ได้ โดยให้เหตุผลว่า อุตสาหกรรมเกี่ยวกับซิลิคอนนั้นเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐซึ่งได้หล่อหลอมกระบวนการผลิตซิลิคอนให้มีความสมบูรณ์พร้อมมาเป็นเวลาถึง 40 ปีแล้ว

                นอกจากบรรดาห้องปฏิบัติการของรัฐบาล มหาวิทยาลัย และบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายที่ให้ความสนใจกับกราฟีนอย่างเอาจริงเอาจังแล้ว  กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯหรืเพ็นทาก้อน” (Pentagon) ก็ให้ความสนใจในวัสดุไฮเท็คชนิดนี้ไม่น้อยเช่นกัน โดยได้จัดสรรงบเพื่อการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับกราฟีนไปแล้วประมาณ 22 ล้านเหรียญสหรัฐ

                ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า กราฟีนนับเป็นวัสดุชนิดใหม่ของโลกแห่งนวัตกรรมที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง และเราคงจะได้ยินได้ฟังเรื่องยาวของ กราฟีน กันบ่อยมากขึ้นในอนาคตอันใกล้อย่างแน่อน…

หมายเหตุ (Editor’s Note)

  • หมายเหตุ (Editor’s Note): หมายเหตุ (Editor’s Note) - กรกฎาคม 13th, 2009
    ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาสาระของ “ทวิตตี้ ออนไลน”  ใคร่ขอชี้แจงในเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยในการถ่ายทอดเนื้อหาสาระทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซท์สักเล็กน้อย...   เนื่องจากคณะผู้จัดทำเล็งเห็นว่าในการนำเอาเนื้อหาสาระที่เป็นภาษาอังกฤษมา “ถอดความ” (ไม่ใช่ “แปล”) เป็นภาษาไทย แล้วนำ...

    Most Commented