Tuesday, February 7, 2012

 

 

ลาร์รี่ เพจ (Larry Page) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิ้ล(Google Inc.) ก้าวเข้ารับตำแหน่งประธานบริหาร(Chief Executive Officer) หรือที่เรียกกันว่า “ซีอีโอ”(CEO) ของบริษัทอย่างเป็นทางการอีกครั้งนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา

                ลาร์รี่ เพจ ซึ่งปัจจุบันมีอายุครบ 38 ปีแล้ว เคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริหารของกูเกิ้ลมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อตอนที่เขาและเซอร์จี้ บริน (Sergey Brin)ก่อตั้งกูเกิ้ลขึ้นมาใหม่ๆ แต่ก็ก้าวลงจากตำแหน่งดังกล่าวและนำเอาอีริค ชมิดท์ (Eric Schmidt)อดีตประธานบริษัทและประธานบริหารของโนเวล(Novell Inc.) ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่าเข้ามาเป็นผู้บริหารกูเกิ้ลเมื่อปีค.ศ. 2001

                การเข้ามารับตำแหน่งสำคัญของลาร์รี่ในครั้งนี้เป็นย่างก้าวที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับกูเกิ้ลในสถานการณ์ที่กูเกิ้ลกำลังเติบโตท่ามกลางการแข่งอันเข้มข้นในธุรกิจอินเทอร์เน็ตและยังได้รับแรงบีบคั้นจากการจับตาของคณะกรรมการด้านการค้าทั้งในสหรัฐอเมริกาและในประเทศทางยุโรปว่าการดำเนินธุรกิจของกูเกิ้ลจะเป็นการผูกขาดทางการค้าด้วยหรือไม่

                ส่วนอีริค ชมิดท์ ผู้ที่กำลังจะมีอายุครบ 56 ปีในวันที่ 27 เมษายนนี้ ก็จะก้าวไปดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร(Executive Chairman) และประธานด้านการประสานงาน (Chief Liaison)ของบริษัท ในขณะเดียวกันเซอร์จี้ บริน ก็จะยังคงดำรงตำแหน่งเป็นเพียงผู้ร่วมก่อตั้ง(Co-founder)ดังเดิม ซึ่งเชื่อกันว่าเซอร์จี้จะช่วยงานในด้านการดูแลโครงการระยะยาวของบริษัท โดยปล่อยให้ลาร์รี่สาละวนอยู่กับการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละวัน

                อีริคซึ่งร่วมงานกับกูเกิ้ลในฐานะประธานบริษัท(Chairman)มาตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 2001 และรับตำแหน่งซีอีโอของกูเกิ้ลในเดือนสิงหาคมของปีเดียวกัน ก็กล่าวถึงการเข้ารับตำแหน่งประธานบริหารของลาร์รี่ เพจ ในครั้งนี้ว่า “ผมค่อนข้างจะมั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะส่งผลให้การตัดสินใจในเรื่องต่างๆจะสามารถทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น และก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มมากขึ้นแก่บรรดาผู้ถือหุ้นของบริษัทในท้ายที่สุด”

                ลาร์รี่ หรือชื่อจริงว่า “ลอว์เร็นซ์ เอ็ดเวิร์ด เพจ” (Lawrence Edward Page) เกิดวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 1973 ที่เมืองอีสต์แลนซิ่ง รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา  ลาร์รี่เป็นลูกชายคนที่ 2 ของดร.คาร์ล เพจ(Dr. Carl Page) อาจารย์สอนวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตท(Michigan State University)และกลอเรีย เพจ(Gloria Page) อาจารย์ทางด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยแห่งเดียวกันซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองอีสต์แลนซิ่งนั่นเอง  พี่ชายของลาร์รี่คือ คาร์ล เพจ จูเนียร์(Carl Page Jr.)เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง “อีกรุ๊ปส์”(eGroups) ซึ่งต่อมาก็ได้ขายกิจการให้กับยาฮู้(Yahoo!)ด้วยสนนราคาราว 500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ลาร์รี่ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน(University of Michigan) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองแอนอาร์เบอร์ของรัฐมิชิแกน และได้รับปริญญาโททางด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด(Stanford University) ที่เมืองปาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย อันเป็นสถานที่ที่โชคชะตากำหนดให้เขาได้พบกับเซอร์เกย์ มิคายโลวิช บริน (Sergey Mikhaylovich Brin) หรือที่เรียกขานกันว่า “เซอร์จี้ย์ บริน” เพื่อนนักศึกษาระดับปริญญาเอกที่มีเชื้อสายรัสเซียของมหาวิทยาลัยแห่งนี้เมื่อปีค.ศ.  1995  โดยลาร์รี่มีความสนใจในเรื่องที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและเซอร์จี้ย์นั้นมีความสนใจในด้านการค้นหาและการจัดการกับข้อมูลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  งานวิจัยของทั้งสองคนได้กลายมาเป็นหัวข้อของการทำวิทยานิพนธ์ร่วมกัน  และแล้วในช่วงฤดูร้อนของปี 1998 นั้นเองทั้งสองคนก็ตัดสินใจที่จะขอพักการศึกษาของพวกเขาเอาไว้ก่อนและตั้งบริษัท กูเกิ้ล (Google Inc.) ขึ้นมาเมื่อวันที่ 4 กันยายน ค.ศ. 1998

Popularity: 12% [?]

apples-snow-leopard

บริษัท แอปเปิ้ล ตัดสินใจนำระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดที่ขนานนามว่า สโนว เลียวพาร์ด (Snow Leopard) ออกสู่ตลาดในวันพรุ่งนี้ แทนกำหนดเดิมที่วางไว้เป็นเดือนกันยายนนี้ อันเป็นการวางตลาดก่อน วินโดวส์ 7 (Windows 7)ของไมโครซอฟท์ถึงราว 2 เดือน

                สโนว เลียวพาร์ด นับเป็นระบบปฏิบัติการรุ่น 10.6 สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แม็คอินทอช (Mac OS X version 10.6) ซึ่งทางบริษัท แอปเปิ้ล เองกล้าหาญที่จะเอ่ยอ้างว่าเป็น ระบบปฏิบัติการใหม่ที่ล้ำหน้าที่สุดของโลก ที่ได้รับการปรับแต่งขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน (The world’s most advanced operating system. Finely tuned.)

                ส่วนหนึ่งของพัฒนาการที่บังเกิดขึ้นใน สโนว เลียวพาร์ด ได้แก่การบรรจุโปรแกรมต่างๆที่สนับสนุนการใช้งานร่วมกับซอฟท์แวร์ เอ็กซ์เชนจ์ เซิร์ฟเว่อร์ ของไมโครซอฟท์ (Microsoft Exchange Server)ซึ่งใช้งานในองค์กรจำนวนมากมายได้เป็นอย่างดี

                บริษัท แอปเปิ้ล ชี้แจงว่า สโนว เลียวพาร์ด จะมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของระบบปฏิบัติการเดิมหรือ เลียวพาร์ด นั่นเอง โดยเครื่องคอมพิวเตอร์แม็ค(Mac)ที่จะใช้ สโนว เลียวพาร์ด จะต้องมีพื้นที่ว่างในดิสก์เพียง 5 กิกะไบต์ ซึ่งจะช่วยให้มีพื้นที่ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 7 กิกะไบต์  นอกจากนี้ เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆจะต้องมีขนาดของ แรม หรือ “RAM” (Random Access Memory) อย่างน้อย 1 กิกะไบต์ และใช้ หน่วยประมวลผล(processor) ของอินเทล (Intel Corp)

                สำหรับผู้ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการรุ่น 10.5 (เลียวพาร์ด) ก็สามารถที่จะปรับให้เป็น สโนว เลียวพาร์ด ก็จะมีสนนราคาอยู่ที่ 29 เหรียญสหรัฐในกรณีที่มีผู้ใช้งานคนเดียว(single user) และ 49 เหรียญสหรัฐในกรณีที่มีผู้ใช้งานไม่เกิน 5 คน  ส่วนผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการรุ่น 10.4 หรือ ไทเก้อร์ (Tiger) หากต้องการจะปรับให้เป็น สโนว เลียวพาร์ด จะมีค่าใช้จ่าย 169 เหรียญสหรัฐในกรณีที่มีผู้ใช้งานคนเดียว(single user) และ 229 เหรียญสหรัฐในกรณีที่มีผู้ใช้งานไม่เกิน 5 คน

                ส่วนผู้ที่ซื้อเครื่อง แม็ค ในช่วงวันที่ 8 มิถุนายน 26 ธันวาคม ศกนี้ โดยที่เครื่องแม็คยังมีระบบปฏิบัติการรุ่นเดิมติดตั้งอยู่ก็สามารถปรับมาใช้ สโนว เลียวพาร์ดได้โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียง 99.95 เหรียญสหรัฐ  ทั้งนี้ ลูกค้าในส่วนนี้จะต้องขอปรับหรือ อัพเกรด ภายในระยะเวลา 30 วันนับตั้งแต่การซื้อเครื่องแม็คมา แต่จะต้องไม่เกินวันที่ 26 ธันวาคม ศกนี้

Popularity: 74% [?]

หมายเหตุ (Editor’s Note)

  • หมายเหตุ (Editor’s Note): หมายเหตุ (Editor’s Note) - กรกฎาคม 13th, 2009
    ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาสาระของ “ทวิตตี้ ออนไลน”  ใคร่ขอชี้แจงในเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยในการถ่ายทอดเนื้อหาสาระทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซท์สักเล็กน้อย...   เนื่องจากคณะผู้จัดทำเล็งเห็นว่าในการนำเอาเนื้อหาสาระที่เป็นภาษาอังกฤษมา “ถอดความ” (ไม่ใช่ “แปล”) เป็นภาษาไทย แล้วนำ...

    Most Commented